แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - กองบรรณาธิการ

หน้า: 1 ... 17 18 19 [20] 21 22 23 ... 166
286
General Discussion / การพูด - วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
« เมื่อ: สิงหาคม 23, 2017, 02:25:37 PM »
ระยะนี้ ต้องไปพูดเรื่องการพูดอยู่สองสามที่ ช่วงค้นหาเอกสาร ก็ไปพบข้อเขียนเรื่องการพูดเก่าเก็บหลายชิ้น บางชิ้นน่าจะยังเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจ จึงได้นำมาลงไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากเรื่องนี้เลยก็แล้วกัน..

"กว่าจะเป็นคำพูด"
               
 เคยสงสัยหรือไม่ครับว่าเหตุใดบางคนถึงช่างพูด บางคนถึงพูดเก่ง บางคนถึงพูดมาก และบางคนถึงปากหม_? ในขณะที่บางคนก็ไม่ค่อยพูด บางคนก็พูดน้อย บางคนก็ทำเหมือนลืมเอาปากมา ฯลฯ ลองพิจาณาสิ่งที่ผมจะนำมาคุยกันในคราวนี้  แล้วอาจจะได้คำตอบ

 ผมเรียงลำดับขั้นตอนของการพูด ที่กว่าจะออกมาเป็นคำพูดได้นั้น มันก็น่าที่จะเป็นไปตามขั้นตอนทีละข้อ ดังต่อไปนี้ครับ :-

 
                1.มีเรื่องพูด
                2.อยากพูด
                3.กล้าพูด
                4.พูด
                5.หยุดพูด
                6.ฟัง

 ลองมาพิจารณากันทีละประเด็นของขั้นตอนเหล่านี้กัน

 1.มีเรื่องพูด : มันต้องเริ่มต้นที่ประเด็นนี้ครับ ก่อนจะพูดอะไรได้นั้น มันก็ต้องมีเรื่องที่จะพูดเสียก่อน ทีนี้มันก็จะต้องเกี่ยวข้องกับ “รู้” อะไรมาแล้วบ้าง? “คิด” อะไรมาก่อนหรือเปล่า? แยกแยะออกหรือไม่ว่าเรื่องนั้นๆ มันควรพูดหรือไม่ควรพูด? ไปจนถึงคะเนได้หรือไม่ว่าพูดแล้วมันได้อะไรขึ้นมา? เป็นประโยชน์ต่อยุทธภพมากน้อยเพียงใด?

 โศกนาฏกรรมของประเด็นนี้ก็คือ ไม่มีเรื่องพูดแล้วดันพูด! และที่น่าเศร้าไม่แพ้กันก็คือ มีเรื่องที่ควรจะต้องพูด แต่กลับไม่ยอมพูด! (ซึ่งก็อาจเกิดจากสาเหตุในขั้นตอนลำดับถัดไป) ซึ่งก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้พอๆ กัน

 มี่คำกล่าวว่า “คนฉลาด พูดเพราะรู้ว่ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องพูด แต่คนโง่ พูดเพราะรู้สึกว่าต้องพูดอะไรสักอย่าง!”

 โดยหลักการกว้างๆ แล้ว คนเรานั้นมันต้องมีเรื่องอะไรมาเล่าให้คนอื่นฟังบ้าง การที่ไม่มีอะไรบรรจุอยู่ในหัวกะโหลกเลยนอกจากขี้เลื่อยนั้น มันต้องทำอะไรสักอย่างกับชีวิตแล้วละครับ อ่านน้อยไปหรือเปล่า ฟังน้อยไปหรือเปล่า ช่างสังเกต ช่างจดจำน้อยไปหรือเปล่า รู้จักคิดใคร่ครวญน้อยไปหรือเปล่า เดินไปไหนมาไหนก็เอาแต่เดินแผ่รังสีโง่ไปทั่วทั้งปริมณฑลหรือเปล่า?ฯลฯ เหล่านี้สมควรไปสำรวจตรวจสอบชีวิตดูหน่อยก็ดีนะครับ

 2.อยากพูด : นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่มีเรื่องที่ควรพูด แต่กลับไม่ยอมพูด ก็เพราะเขาไม่อยากที่จะพูดนั่นเอง  ที่ไม่อยากที่จะพูด ก็อาจเป็นเพราะหลายสาเหตุ เช่น ไม่รู้ว่ามันสำคัญ ไม่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์อะไรได้ พูดไปก็เท่านั้น พูดไปก็ไม่มีใครฟัง พูดมาตั้งหลายหนแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น พูดไปก็ไลฟ์บอย  ไม่มีอารมณ์จะพูด หมดอารมณ์พูดไปเสียก่อนเวลาอันควร ฯลฯ

 คนที่มีนิสัยช่างพูด ช่างคุย นั้นล้วนแต่มีอารมณ์อยากพูดกันไปทั้งนั้น ไปรู้ไปเห็นอะไรมาก็อยากที่จะมาเล่าให้คนอื่นฟัง  เสน่ห์อย่างหนึ่งของคนเรานั้นก็คือต้องเป็น “นักเล่าเรื่อง” (Storyteller) คุณสมบัติข้อนี้นี่ ผู้รู้บางท่านถือว่าสำคัญอย่างยิ่งยวดของคนในโลกศตวรรษที่ 21 เลยทีเดียว!
 
 มีเรื่องดีๆ ที่ต้องพูด แต่กลับไม่อยากพูด ก็อาจไม่ต่างกับการไม่มีเรื่องดีๆ อยู่ในหัวเลยเช่นกัน!

 ถ้ามีเรื่องดีๆ ที่ควรพูด ถ้าพูดแล้วก็จะเกิดประโยชน์ตามสมควร อีกทั้งกาลเทศะก็เอื้ออำนวยให้พูดได้ เช่นนี้แล้ว ต้องสร้างความอยากที่จะพูดขึ้นมาให้ได้ครับ มีคำกล่าวว่า “80% ของความสำเร็จ ก็คือต้องทำให้มันปรากฏออกมา”  (ทั้งโดยการพูดและการกระทำ) มีผู้คนจำนวนมากกำลังอยู่ในจุดที่ต่ำกว่าศักยภาพของตนเองมาก ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็นว่าเขาเก่งแค่ไหน เลิกยึดถือภาษิตที่ว่า “ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน” หรือ “กลองจะดี ไม่ต้องมีใครตี มันก็ดังเอง” หรือ “ทำดีอย่างเงียบๆ ไปเถอะ แม้คนไม่เห็นแต่ผีสางเทวดาก็ย่อมเห็น” กันเสียที แล้วก็ประโยคที่ว่า “ปิดทองหลังพระ” และ “คมในฝัก” นั่นก็เหมือนกัน ถ้าตีความหมายผิดพลาดไปละก็ ชาตินี้เป็นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันละ!

 3.กล้าพูด : นี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนที่อยากพูด แต่ไม่ได้พูด ทั้งนี้ก็เพราะไม่กล้าพูดนั่นเอง ส่วนมากมักเกิดจากการขาดความมั่นใจในตัวเอง  กลัวว่าจะพูดได้ไม่ดี กลัวพูดไม่รู้เรื่อง กลัวจะเป็นการขยายขี้เท่อของตัวเอง บางคนคิดว่าการที่ไม่พูดอะไรเลย ก็ไม่มีใครรู้ว่าตนเองโง่หรือฉลาด! บางคนก็ยังไปยึดถือภาษิตโบราณคร่ำครึอย่างไม่จำแนกว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง!?!” (ซึ่งที่จริงเขาน่าจะรู้แล้วว่าพูดไปน่ะยังได้ตั้งสองไพเบี้ย แต่ไอ้นิ่งนี่สิ เสียตั้งตำลึงทองแน่ะ!)
 
 โดยสรุป เหตุที่คนไม่กล้าพูดนั้น ก็เป็นเพราะ “ไม่มั่นใจตนเอง, กลัวเกรงจะขายหน้า, เงื้อง่าราคาแพง,คนอื่นแย่งพูดตลอด” สองอย่างหลังนี้เกิดจากตั้งท่าจะพูดนานไปหน่อย เลยกลายเป็นท่าดี ทีเหลวไป หรือรอนานเกินไปจนเฉาไปเอง บางคนถูกแย่งพูดบ่อยๆ มิหนำซ้ำคนที่แย่งพูดก็ดันพูดได้ดีเสียอีกด้วย เลยพาลยิ่งไม่มั่นใจเข้าไปอีก

 ความกล้าพูดเป็นเรื่องของ “ทัศนคติ” มากกว่าอย่างอื่น วิธีแก้ก็คืออย่าไปคิดอะไรมาก ไม่ต้องไปห่วงโน่นนี่  ไม่มีอะไรแก้ความกลัวได้ดีเท่ากับการกล้าทำในสิ่งที่กลัวนั่นแหละ ลองกล้าสักครั้งแล้วจะค่อยๆ กล้าขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้เริ่มเสียทีก็ไม่สามารถไปต่อได้

 นอกจากนี้ ถ้าเราสร้างความอยากให้มากพอ บางทีมันก็ทำให้เรากล้าขึ้นมาได้เหมือนกัน

 4.พูด : ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคล้วนๆ ที่ผู้คนยอมเสียเงินกันเป็นพันเป็นหมื่นก็เพื่อจะให้มีเทคนิคการพูดนี่แหละ ไว้มีโอกาส อาจค่อยๆ เอามาเล่าให้ทุกท่านฟัง

                           แต่ที่พอจะสรุปตรงนี้ได้ก็คือ ไม่มีวิธีไหนที่จะทำให้เราเก่งเรื่องการพูดได้ดีเท่ากับการฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝนครับ!
 
 5.หยุดพูด : บางคนเห็นว่านี่ไม่น่าจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการพูด แต่ผมกลับเห็นว่าสำคัญครับ โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงกว่าที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็คือ หลายคนทั้งคนที่ไม่มีเรื่องพูดแต่ดันพูด หรือคนที่มีเรื่องพูดแล้วก็พูดไป แต่ทว่าพวกเขาดันพูดไม่ยอมหยุดครับ! มีคนเคยเสนอให้ผมจัดหลักสูตร “หยุดพูด” หรือหลักสูตร “ชะลอการพูด” เลยเสียด้วยซ้ำไป มีคนเคยเปรียบไว้ว่าบางคนนั้น ไม่ใช่แค่พูดจนลิงตกต้นไม้ได้เท่านั้น แต่เขาสามารถพูดจนลิงต้องยื่นกล้วยในมือให้เลยทีเดียว!
 
 ผู้พูดที่ดีต้องรู้ว่าเวลาไหนควรจะหยุดพูดได้แล้ว หรือแม้แต่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ที่จะไม่พูด หากสถานการณ์ต่างๆ มันไม่เหมาะสม

 6.ฟัง : จริงๆ แล้ว การฟังนั้นควรจะมาก่อนการพูดด้วยซ้ำไป และถึงที่สุดแล้วการฟังนั้นสำคัญกว่าการพูดเสียอีก มีคำกล่าวว่า “คนใหญ่ผูกขาดการฟัง คนเล็กผูกขาดการพูด”  ผู้บริหารที่ดีนั้น เขาจะฟังมากกว่าพูด นักขายเก่งๆ นั้น เขาก็จะฟังมากกว่าพูด แม้แต่นักพูดอาชีพก็เถิด ท่านเคยสังเกตไหม เมื่อเขาพูดจบแล้วลงมาจากเวที พวกเขามักจะเงียบและไม่ค่อยพูด ถ้าใครเคยเห็นนักพูดที่จ้อไม่หยุดทั้งบนเวที นอกเวทีแล้วละก็ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยว่าเขาเป็นนักพูดปลายแถว!

 จะเห็นได้ว่ากว่าที่จะออกมาเป็นคำพูดได้นั้น มันก็มีขั้นตอนอยู่หลายขั้นตอนเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่พูดๆๆๆไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น ก็ขอฝากไว้เป็นบทกลอนในตอนจบนี้ว่า..

 “คำพูดนั้นบอกได้ถึงดวงจิต
 คำพูดนั้นบอกความคิดฉลาดเขลา
 คำพูดนั้นบอกนิสัยในตัวเรา
 คำพูดนั้นบอกรากเหง้าความจริงใจ

           คำพูดนั้นบอกได้ถึงกำพืด
 คำพูดนั้นบอกหวานจืดคำขานไข
 คำพูดนั้นบอกหมดสิ้นเราคือใคร
 คำพูดนั้นก่อนพูดไปจงไตร่ตรอง”

วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
  23 สิงหาคม 2560

287

ยินดีต้อนรับสู่ สถาบันฝึกอบรมมัลติสมาร์ท

บริษัท มัลติ สมาร์ท แมเนจเม้นท์ จำกัด
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0105548105662

บจก.มัลติ สมาร์ท แมเนจเม้นท์ (Multi Smart Management Co.,Ltd.)
จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2548
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105548105662 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000.00 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

สำนักงานแห่งใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 29/26 ซอยบางกระดี่ 35/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150

วัตถุประสงค์หลักของ บจก.มัลติ สมาร์ท แมเนจเม้นท์

ประกอบกิจการรับจ้างจัดประชุม จัดสัมมนา จัดฝึกอบรม ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ประกอบกิจการรับจ้างจัดนิทรรศการ จัดแสดงสินค้า
ประกอบกิจการรับจ้างผลิตและจัดหาผู้ผลิตป้ายสื่อโฆษณา สื่อวิทยุและโทรทัศน์ ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
ประกอบกิจการ การค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต รับจ้างจัดหา จัดทำเว็บไซต์ เพื่อการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร
ประกอบกิจการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ต

เว็บไซต์ในเครือ

www.multi-smart.com : มัลติสมาร์ท ดอท คอม
www.walkrally.net : วอล์คแรลลี่ ดอท เน็ต
www.trainingsmart.net : เทรนนิ่งสมาร์ท ดอท เน็ต
www.training-th.com : เทรนนิ่งทีเอช ดอท คอม
www.hrd.in.th : เอชอาร์เอ็ม อิน ไทยแลนด์
www.b2b.in.th : บีทูบี อิน ไทยแลนด์

Social Media Network

www.facebook.com/TrainingSmart
www.twitter.com/multismart
www.youtube.com/multismart

288
สิ่งที่รู้แล้ว (Knowledge) , สิ่งที่ยังไม่รู้ (Unknown) , สิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ (Unknowable)

มหาคุรุด้านจิตวิญญาณที่ชื่อว่า OSHO เป็นท่านแรกที่ทำให้ผมรู้และเข้าใจความแตกต่างของคำสามคำที่จั่วหัวเรื่องไว้ข้างต้น เมื่อรู้และเข้าใจ แม้ว่าอาจจะยังเข้าไม่ถึงไปเสียทั้งหมด แต่ผมก็มีข้อสรุปเป็นการส่วนตัวว่า ถ้าเรารู้และเข้าใจสามสิ่งนี้ เราจะมีความสุขมากขึ้น มีความทุกข์น้อยลง

เราถูกสอนให้มั่นใจและมีความสุขได้ก็แต่เฉพาะ “สิ่งที่รู้แล้ว” (knowledge) เท่านั้น เราเรียก “สิ่งที่รู้แล้ว” นี้ว่า “ความรู้” หรือ “Knowledge” มาแต่ไหนแต่ไร จะเห็นได้ว่าการเรียนการสอนในสถานศึกษาตั้งแต่อนุบาลยันปริญญาเอก ล้วนสอนกันแต่สิ่งที่รู้แล้ว ผ่านการพิสูจน์แล้ว ผ่านการทดสอบแล้ว ผ่านการมีประสบการณ์มาแล้ว ถ้าสิ่งไหนที่ยังไม่รู้ ก็จะต้องทำการสำรวจ ทำการวิจัย ทำการทดลอง ฯลฯ ให้รู้ให้จงได้ ต้องทำทุกอย่างจนหมดข้อกังขาเสียก่อนจึงจะนำมาสู่การเรียนการสอนได้ อะไรก็ตามที่ยังไม่ได้ผ่านกรรมวิธีต่างๆ นาๆดังกล่าวข้างต้น จะไม่ได้รับการเชื่อถือ จะไม่ได้รับการยอมรับใดๆ เลย
 
เมื่อถูกสั่งถูกสอนกันมาเช่นนั้น พวกเราส่วนใหญ่จึงกลัว “สิ่งที่ยังไม่รู้” (Unknown) กันไปหมด ทั้งๆ ที่โดยธรรมชาติ  มนุษย์ทุกคนมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะรับมือ พร้อมที่จะเผชิญ กับ “สิ่งที่ยังไม่รู้” ทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างสบายมาก ถ้าเรายอมรับ และเห็นเป็นเรื่องปกติ เห็นเป็นเรื่องธรรมชาติ เห็นเป็นสีสัน เห็นเป็นความสดใหม่ ก็ไม่มีอันใดต้องวิตกกังวล สิ่งที่เรายังไม่รู้ แต่เมื่อมีประสบการณ์ในเรื่องนั้น ๆ ในสิ่งนั้นๆ เราก็จะรู้ในที่สุด มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เราสูญเสียสัญชาตญาณ เราสูญเสียไหวพริบ เราสูญเสียทักษะความสามารถในการเผชิญกับประสบการณ์สดๆ ใหม่ๆ เราสูญเสียความสนุก เราสูญเสียความท้าทายในชีวิต ไปจนหมดสิ้น ทุกอย่างต้องถูกทำให้รู้แล้วเท่านั้นเราจึงจะมั่นใจ เราจึงจะมีความสุขได้ นี่ทำให้เราพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่จะมีความสุขในชีวิต เพราะในชีวิตนี้ ในโลกนี้ ในจักรวาลนี้ ล้วนมีสิ่งที่เรายังไม่รู้อีกมากมายมหาศาล มากกว่าสิ่งที่เรารู้แล้วไม่รู้กี่ล้านล้านเท่า แต่เมื่อเรากลับไปกลัวสิ่งที่เรายังไม่รู้ เราจะมีความสุขได้อย่างไร เราเต็มไปด้วยความวิตกกังวล วิตกจริตคิดวนเวียน ระแวงสงสัยไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

ลองดูตัวอย่างนกดูบ้าง นกทุกตัวบนโลกใบนี้มันมีความสุขกว่ามนุษย์เสียอีก เพราะนกทุกตัวมันรู้ว่าพระเจ้าจะเลี้ยงดูมันอย่างดี เพียงแต่พระองค์ไม่ได้จับมันขังไว้ในกรงเท่านั้น ทุกเช้ามันไม่เคยระแวงสงสัยว่าวันนี้จะหาอาหารได้หรือไม่ มันแน่ใจอยู่เสมอว่าขอแค่มันบินออกจากรัง ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะกลับมาพร้อมอาหารเสมอ มากพอสำหรับตัวมันและลูกๆของมันที่รังด้วย! แต่มนุษย์ มนุษย์ที่คิดว่าฉลาดกว่านก ได้สูญเสียความมั่นใจเหล่านี้ไปหมดสิ้นแล้ว เราไม่เคยวางใจในอะไรได้เลย ถ้าไม่ทำให้มันรู้ได้เสียก่อน

มนุษย์ดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นสิ่งที่รู้แล้วให้ได้ จึงจะยอมมีความมั่นใจและมีความสุขได้บ้าง เราดิ้นรนอย่างน่าทุกขเวทนาถึงขั้นพยายามจะทำให้รู้ให้ได้ในทุกสิ่ง แม้แต่ในสิ่งที่ “ไม่อาจรู้ได้” (Unknowable) ก็ตาม “สิ่งที่ไม่อาจรู้ได้” ก็เช่น พระเจ้ามีจริงหรือไม่? สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงหรือไม่ ชาติก่อน และชาติหน้ามีจริงหรือไม่? ฯลฯ  อาชีพหมอดู อาชีพร่างทรง อาชีพสะกดจิตระลึกชาติ อาชีพเข็มทิศพิชิตจิตวิญญาณ ฯลฯ จึงเฟื่องฟูขึ้นทุกวันแม้โลกทางวัตถุจะพัฒนาไปสู่ยุคดิจิตอลแล้วก็ตาม เราไม่สามารถรู้สึกได้ด้วยตนเอง แต่ยอมควักเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อให้มีคนมาบอกถึงสิ่งที่รู้แล้วสำหรับเขา เพื่อเราจะได้รู้บ้าง

ในข้อนี้มหาคุรุด้านจิตวิญญาณทุกท่านล้วนสอนว่า สิ่งที่ไม่อาจรู้ได้นี้ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้  อย่างมากที่สุดก็เพียง “รู้สึก” ได้ เท่านั้น ต้องไม่ใช่ความคิด แต่คือความรู้สึก ไม่ใช่ใช้หัวสมอง แต่ใช้อารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่เรื่องของ “ปรีชาญาณ” (Intelligence) แต่เป็นเรื่องของ “ปัญญาญาณ” (Intuition) เราเคยได้ยินใช่หรือไม่ที่มีคำกล่าวว่า “ผู้สำเร็จเชื่อก่อนแล้วจึงเห็น ผู้ล้มเหลวจะขอเห็นก่อนแล้วจึงจะเชื่อ” ความเชื่อจากความรู้สึกนั้น แม่นยำ เที่ยงตรง แทบไม่เคยผิดพลาด เสียยิ่งกว่าความเชื่อที่มาจากความรู้ มาจากความคิด มาจากการคิดใคร่ครวญหาเหตุหาผลเสียอีก นี่ออกจะเป็นเรื่องที่ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่เราถูกสั่งถูกสอนมาอย่างชนิดยอมรับกันไม่ได้เอาเลยทีเดียว!!

ในสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้นี้ เราไม่ต้องพยายามทำอะไร ไม่ต้องพยายามพิสูจน์อะไร เราทำได้แค่ว่าเรารู้สึกอย่างไรก็ทำไปตามนั้นเท่านั้น ไม่ต้องไปวิตกกังวลใดๆ ลองทำตามนกและสัตว์โลกอื่นๆ ดูบ้างก็ได้ เราอาจมีความสุขมากกว่าที่เคย

ข้อสรุปคือ อย่าไปติดกับดักแค่ “สิ่งที่รู้แล้ว” เท่านั้น ขอให้มั่นใจว่าเราสามารถรับมือกับ “สิ่งที่ยังไม่รู้” ได้เสมอ ประสบการณ์สดใหม่เป็นเรื่องของสีสันและความสนุกในชีวิต ไม่ต้องพยายามไปพิสูจน์อะไรกับสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ แค่รู้สึกอย่างไรก็ทำไปตามนั้น หากทำได้ดังนี้ เราก็น่าจะสุขมากขึ้น ทุกข์น้อยลงนะครับ

วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
1  กรกฎาคม  2560

289
วิทยากร.com, นักพูด.net, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจไทย, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ, นักพูดที่ประสบความสำเร็จ, นักพูดที่ดี, ประวัตินักพูด เบส, ประวัตินักพูด โน๊ต อุดม, นักพูด อ.จตุพล ชมภูนิช

290
นักพูด, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจไทย, นักพูดสร้างแรงบันดาลใจขั้นเทพ, นักพูดที่ประสบความสำเร็จ, นักพูดที่ดี, ประวัตินักพูด เบส, ประวัตินักพูด โน๊ต อุดม, นักพูด อ.จตุพล ชมภูนิช

291
Technology | เทคโนโลยี / Easy steps to customize the WP Theme #ColorMag
« เมื่อ: มิถุนายน 28, 2017, 05:31:57 PM »
easy steps to customize the wp theme "colormag"

292
ข้อกำหนด
เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินและพาณิชยกรรมกรุงเทพมหานคร

ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔ ตอนพิเศษ ๒๑ ง
หน้า๔๗
๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

293
อ.วสันต์ พงศ์สุประดิษฐ์
หัวข้อบรรยาย: "การบริหารธุรกิจน้ำมัน ยุคการตลาด 4.0"

บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)


294

อาจารย์เสน่ห์  ศรีสุวรรณ
Sanae Srisuwan
Formerly Asia Pacific Training Advisor - Esso(Thailand) Public Company Limited
Currently Speaker/Trainer/Facilitator/TV Moderator/Radio Talk
                    
การศึกษา : วิทยาศาสตร์บัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์การพูด :      
+    อดีตรองประธานชมรมวาทศิลป์และมนุษยสัมพันธ์       สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
+   อดีตนักโต้วาที จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
+    อดีตอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยรังสิต
+   อดีตประธานฝ่ายฝึกอบรมสถาบันพัฒนาบุคคล
+   อดีตวิทยากรรายการ “ทีวีวาทีช่อง 9  อสมท.” “ สภาโจ๊ก- TITV” “ ทอล์คโซนซีเนรามา ช่อง 5”  “คารมคมคิด ช่อง 5” “เทศนาวาที ช่อง 11” “พูดกันสนั่นเมือง ช่อง 5” “เต็มจอ ช่อง 9” ฯลฯ                              
+    อดีตพิธีกรรายการ “บันเทิงมื้อเที่ยง”  ช่อง 5
+   อดีตนักจัดรายการวิทยุ “ลูกทุ่งเวทีไทย 90 FM”, “94 แรงเทียน”, “ประมาณว่า 97 FM”

ประสบการณ์การทำงาน : 34 ปีกับบริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผ่านงานในระดับผู้บริหารหลายตำแหน่ง อาทิ
+   หัวหน้าศูนย์อบรมฝ่ายขายาชน)
+   ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย ย) จำกัด (มหาชน)
+   ผู้จัดการฝ่ายขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง          ด (มหาชน)
+   ผู้จัดการขายปลีกผลิตภัณฑ์หล่อลื่น
+   ที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Advisor) ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก
+    ที่ปรึกษาฝ่ายฝึกอบรม (Training Advisor) ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

ปัจจุบัน   :    
+   วิทยากรฝึกอบรมและบรรยายพิเศษของบริษัท หน่วยงานเอกชน และราชการ
+   วิทยากรรายการโทรทัศน์หลายรายการ เช่น “Money Talk Weekly” ทาง Money Channel True Visions,  “Money Talk” ทาง TNN2 True Visions, “เรื่องเล่าชาวบ้าน” ทางช่อง 5 ดิจิตอลทีวีหมายเลข 1
+    วิทยากรรายวิทยุ “Talk Show Society” FM 98.5 Spring Radio. ทุกวันจันทร์ เวลา 21:30-23:00 น.  
+   ผลงาน Talkshow หลายรายการ เช่น “ทอล์คทะเล้น“  “ฮิวเมอร์ทอล์ค” “ความรักของพ่อ” “Mission Impossible Talk – MIT” ฯลฯ      
+    นักเขียนหนังสือหลายเล่ม เช่น “ฮัลโหลโกอินเตอร์”  “พูดดีมีกำไร”  “ทีเด็ดเกร็ดการพูด”  “ผงชูรสการพูด” “ Talkshow Unseen” คอลัมนิสต์ “SME.TV”
                      
การอบรมและดูงาน :   
+    อบรมหลักสูตร “Train the Trainer” ณ ประเทศเปอร์โตริโก
+   อบรมหลักสูตร “ Training  Development” ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
+   อบรมหลักสูตร “Adventure for Management” ณ ประเทศสิงคโปร์
+   อบรมหลักสูตร “Effective Management”  ณ ประเทศสิงคโปร์
+   อบรมหลักสูตร “Leading the Multicultural Teams” ณ ประเทศมาเลเซีย
+   อบรมหลักสูตร “Advanced Negotiation Skills” ณ ประเทศมาเลเซีย
+   อบรมหลักสูตร “ Professional Selling Skills” ณ ประเทศสิงคโปร์
+   อบรมหลักสูตร “ Benefit Selling Skills” ณ ประเทศไทย
+   อบรมหลักสูตร “Beyond Customer’s Expectation Service” ณ ประเทศไทย
+   อบรมหลักสูตร “Advanced Emergency Response Workshop” ณ ประเทศสิงคโปร์
+   ดูงานด้านการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ณ ประเทศฝรั่งเศส และประเทศอิตาลี
+    ดูงานด้านการดำเนินการร้านสะดวกซื้อ (C-STORE) ณ ประเทศออสเตรเลีย ฯลฯ

หัวข้อบรรยายและหลักสูตรเชี่ยวชาญพิเศษ:
•   เทคนิคการเป็นวิทยากร (Train the Trainer)
•   ศิลปะการพูดต่อที่ชุมนุมชน (Public Speaking)
•   การนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Presentation)
•   การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication)
•   ภาวะผู้นำ (Leadership)
•   จิตวิทยาการบริหารงานยุคใหม่ (Modern Management Psychology)
•   ศิลปะการบังคับบัญชา (The Art of Supervision)
•   บทบาทการเป็นผู้จัดการ (Role of Manager)
•   ปรับกระบวนคิด สร้างผลสัมฤทธิ์ในงาน (Rethinking for Success at Work)
•   การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
•   จิตวิทยาการสร้างแรงจูงใจ (Motivation Psychology)
•   พลังการเปลี่ยนแปลง (The Power of Change)
•   การบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก( Pro-active Change Management)
•   การวิเคราะห์ปัญหาและการตัดสินใจ (Problem Analysis and Decision Making)
•   การบริเวลาและจัดลำดับความสำคัญ (Time Management and Prioritization)
•   การบริการที่เป็นเลิศ (Service Excellence)
•   ทักษะการขายแบบมืออาชีพ (Professional Selling Skills)
•   กระบวนการการขายแบบมืออาชีพ (Professional Sales Process)
•   ทักษะการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skills)
•   แนวคิดการตลาดยุคใหม่ (Marketing Breakthrough)
•   การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย (Sales Distribution Channel Development)
•   การบริหารเชิงกลยุทธ (Strategic Management)
•   การคิดเชิงตรรกะเพื่อการสื่อสารเชิงตรรกะ (Logical Thinking to Logical Communication)
•   หลักการธรรมภิบาล (Corporate Governance)
•   การประชาสัมพันธ์เชิงกลยุทธ (Strategic Public Relations)
•   การสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication)
•   แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan)
•   ความปลอดภัยในการทำงาน (Safety at Work)
ฯลฯ

Updated: Mar.2017






-------



www.facebook.com/MultiSmart
www.twitter.com/MultiSmart [@MultiSmart]

295
Line id: @walkrally
เพิ่มเราเป็นเพื่อน > โปรดคลิกที่นี่...






#Line@ : @walkrally รับจัดอบรม สัมมนา #ทอล์คโชว์ ติดต่อเราผ่าน Line ได้แล้ว

296
#ติดต่อเรา สถาบันฝึกอบรม มัลติ สมาร์ท

297
วิทยากร อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ
หัวข้อบรรยาย จิตวิทยาการสร้างแรงจูงใจในการทำงานด้วยทัศนคติเชิงบวก

_
www.multi-smart.co.th
Tel: 086-606-5059

299
จอย จีรนันท์ เขตพงศ์
ผู้ประกาศ และวิยากรด้านการพูด การสื่อสาร

300
ประชาสัมพันธ์
FM 98.5 MHz. Spring Radio
21.30-23.00 น.
ต้อนรับสู่เวทีรวมพลของคนช่างทอล์ค
พบกับอาจารย์นักพูดแถวหน้าของเมืองไทย
อ.จตุพล ชมภูนิช / ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล / อ.ชยุตม์ วันเกิด
ใน "Talkshow society"

ชมสด ฟังสด...
FM 98.5 MHz. Spring Radio
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1253722058045879&id=945027472248674 ..

หน้า: 1 ... 17 18 19 [20] 21 22 23 ... 166